คนจัดโปรแกรมหนังที่ HOUSE รู้ใจเรามาก ๆ กราบขอบพระคุณที่จัดฉายหนัง REGRETFULLY AT DAWN,
SONGSAKARN, 9 TEMPLES TO HEAVEN, OASIS: DON’T LOOK BACK IN ANGER ไว้ในรอบฉาย
09.20 น. และรอบราว ๆ 10 โมงเช้า เราจะได้มีเวลาไปตามดูหนังเหล่านี้ได้ในช่วง
10.00-12.30 น. ของแต่ละวัน ก่อนที่จะวิ่งไปดูหนังในเทศกาล BKKIFF ในรอบราว 13.00 น.ในแต่ละวัน
+++
24. BLUE LOCK (2026, Yusuke Taki, Japan, A+30)
ตัวละคร Yoichi Isagi (Fumiya Takahashi)
พูดคำว่า TADAIMA ในหนังเรื่องนี้
+++
เราเพิ่งได้ดูหนังเรื่อง HANUMAN ANSH
(2026, Vishal Chaturvedi, India, 150min, A+30) ที่ Terminal
21 Asoke ปรากฏว่า ทางโรงภาพยนตร์เขาแถมหนังสือความยาว 104 หน้าให้ผู้ชมทุกคนด้วย
เราชอบมาก ๆ ที่เขาแถมหนังสือแบบนี้มาให้ เราอ่านหนังสือเล่มนี้ไม่ออกนะ
แต่ก็ชอบที่ได้ของแถมแบบนี้
เราเลยลองถ่ายรูปบางรูปจากหนังสือเล่มนี้แล้วเอาไปให้
Google Translate ดู แล้วเราก็แปะรูปที่ได้จากการ translate ไว้ในโพสท์นี้ด้วย
+++
THE BOVINE COMEDY (2026, Ratchapoom Boonbunchachoke, 24min,
A+30)
Spoilers alert
--
--
--
--
--
1. ชอบที่ตัวละคร Jon (Mean Pakapol
Srirongmuang) ทำให้เรานึกถึงหลายสิ่งหลายอย่างโดยที่หนังอาจจะไม่ได้ตั้งใจ
โดยตัวละคร Jon ทำให้เรานึกถึงสิ่งเหล่านี้
1.1 ชาวเขา ชาติพันธุ์ชนกลุ่มน้อย
ผู้เต็มไปด้วยความรู้เกี่ยวกับธรรมชาติ, ผืนป่า, พรรณไม้
ความรู้อันล้ำค่าที่ตกทอดกันมานานหลายชั่วคน ความเชื่อในสิ่งเหนือธรรมชาติ
และพวกเขาก็เป็นผู้ที่ถูกกดขี่ด้วยอำนาจรัฐ, บริษัททุนนิยม, ผู้มีอิทธิพล ฯลฯ
ดังนั้นในแง่หนึ่ง
หนังเรื่องนี้ก็เลยทำให้เรานึกถึงประเด็น “อาณานิคมภายใน” เหมือนกับหนังเรื่องอื่น
ๆ อีกหลายเรื่องของ Ratchapoom
1.2 ชาวบ้านในชนบท ที่เต็มไปด้วย
“ภูมิปัญญาชาวบ้าน” แต่พวกเขาก็เป็นผู้ที่ถูกกดขี่ด้วยอำนาจรัฐ, บริษัททุนนิยม,
ผู้มีอิทธิพล ฯลฯ เหมือน ๆ กัน
1.3 พอตัวละคร Jon ต้องฝืนทำในสิ่งที่ตัวเองไม่ต้องการจะทำ
เพื่อความอยู่รอดของตนเอง ของลูก ของชีวิตครอบครัว หรืออะไรทำนองนี้
ในแง่หนึ่งมันก็ทำให้เรานึกถึงคนธรรมดาอีกหลาย ๆ คนในสังคมไทยด้วย
ซึ่งรวมถึงนางเอกของ HUMAN RESOURCE (2025, Nawapol Thamrongrattanarit) คนธรรมดาที่ยอมก้มหัวให้กับผู้มีอำนาจ (พี่จักรใน HUMAN RESOURCE, ภพใน THE BOVINE COMEDY) เพื่อจะได้มีชีวิตอยู่รอดต่อไปได้เรื่อย
ๆ
1.4 แต่ถ้าหาก Jon เลือกที่จะฆ่าภพ
ตัวละครตัวนี้ก็จะทำให้เรานึกถึงนางเอกของ MORTE CUCINA (2025, Pen-Ek
Ratanaruang) ที่ยอมมีเซ็กส์กับคนที่ตัวเองเกลียด
เพื่อนำพาไปสู่การแก้แค้น
คือเหมือนในฉากนั้น Jon เลือกได้ว่าเขาจะเลือกเป็นนางเอกของ
MORTE CUCINA หรือจะเลือกเป็นนางเอกของ HUMAN
RESOURCE และเขาก็เลือกที่จะเป็นนางเอกของ HUMAN RESOURCE
1.5
ศิลปินที่ต้องฝืนทำงานเอาใจตลาดเพื่อความอยู่รอด
ศิลปินที่อยากจะสร้างผลงานตามแบบที่ตัวเองต้องการ แต่ในบางครั้งความจำเป็นต่าง ๆ
ก็บีบคั้นให้ศิลปินคนนั้นต้องทำงานเพื่อทำให้
“นายทุน/ลูกค้า/เจ้าของโครงการประกวด/กลุ่มผู้ชมเป้าหมาย” ฟินน้ำแตก
เพื่อจะได้มีเงินเลี้ยงชีพต่อไป
คืออาจจะมีผู้กำกับภาพยนตร์บางคนที่อยากจะสร้างหนังตามใจตัวเอง
แต่ก็อาจจะถูกความจำเป็นบีบบังคับให้ต้องทำงานอื่น ๆ ด้วย อย่างเช่น
สร้างหนังหรือเขียนบทภาพยนตร์, บทละครโทรทัศน์
เพื่อทำให้นายทุน/ผู้ชมกลุ่มเป้าหมาย ฟินน้ำแตก อะไรทำนองนี้
ในแง่หนึ่งตัวละคร Jon ก็เลยทำให้เรานึกถึง
Steven Soderbergh ในยุคแรก ๆ ที่เหมือนสร้างหนังตามใจตัวเอง
(SEX LIES AND VIDEOTAPE, SCHIZOPOLIS, FULL FRONTAL, SOLARIS) สลับกับสร้างหนังเอาใจตลาด (OUT OF SIGHT, ERIN BROCKOVICH,
OCEAN’S ELEVEN) 55555
2. เพราะฉะนั้นโดยรวม ๆ แล้ว
เราก็เลยชอบที่หนังเรื่องนี้เหมือนแสดงให้เห็นว่า “คนบางคน”
จะยอมฝืนทำในสิ่งที่ตัวเองไม่ต้องการ จะยอมศิโรราบให้แก่อำนาจต่าง ๆ
เมื่อเขาถูกบีบคั้นด้วยปัจจัยใด ๆ บ้าง
แต่แน่นอนว่า สิ่งนี้สะท้อนเพียงแค่ “คนบางคน”
เท่านั้น เพราะคนแต่ละคนแตกต่างกันไป เราคิดว่า Jon รักตัวเอง,
รักสามี, รักครอบครัว เราก็เลยเข้าใจว่าทำไม Jon ถึงเลือกทำเช่นนั้น
แต่ถ้าหากเป็นเรา เราก็คงเป็นฝ่ายยอมจ่ายตังค์เพื่อมี sex กับภพไปแล้ว
55555
และเราก็จินตนาการต่อไปว่า ถ้าหาก Jon ไม่ใช่คนแบบในหนังเรื่องนี้ ถ้าหาก Jon เป็น
“คนที่มีความสุขในการได้ทำลายล้างสิ่งต่าง ๆ” Jon ก็คงเลือกทำในสิ่งที่แตกต่างจากในหนังเรื่องนี้
3. ชอบที่หนังเรื่องนี้เหมือนสะท้อนสังคมไทยโดยไม่ได้ตั้งใจด้วย
เพราะสังคมไทยเป็นสังคมที่มีสมรสเท่าเทียมแล้ว การแต่งงานระหว่างผู้ชายกับผู้ชายถือเป็นสิ่งที่ถูกต้องชอบธรรมในทางกฎหมายแล้ว
ซึ่งสิ่งนี้แตกต่างจากหลาย ๆ ประเทศในเอเชีย
แต่ไทยก็ยังคงมีปัญหาอาณานิคมภายใน,
ปัญหาเรื่องการถูกกดขี่จากอำนาจรัฐ, ทุนนิยม, ผู้มีอิทธิพล, etc. อยู่
4. ชอบที่หนังเรื่องนี้สอดคล้องกับความเชื่อของเราที่ว่า
“คนแต่ละคนมีระบบศีลธรรมเป็นของตนเอง” ด้วย
คือเหมือนหลาย ๆ คนในสังคม
ยึดถือระบบศีลธรรมที่แตกต่างจากเรามาก ๆ น่ะ หลาย ๆ คนมองว่าการกระทำ A B C
D E F G เป็นสิ่งที่ผิดศีลธรรมในความเห็นของพวกเขา แต่เรากลับมองว่า
การกระทำ A B C D E F G เป็นสิ่งที่ไม่ผิดอะไรเลยในความเห็นของเรา
แต่เราก็มองว่า
คนแต่ละคนมันก็กำหนดระบบศีลธรรมของตนเองกันขึ้นมาทั้งนั้น เราก็เลยไม่แคร์อะไร
มึงจะมองว่าอะไรผิด อะไรไม่ถูกต้อง ก็เรื่องของมึง กูไม่แคร์เลยแม้แต่น้อย
กูจะแคร์ก็ต่อเมื่อกูได้รับความเดือดร้อนโดยตรงจากระบบศีลธรรมของมึง อย่างเช่น
มึงอาจจะมองว่า “การคุยเสียงดังในโรงหนัง การขยำถุงพลาสติกเล่นในโรงหนัง
เป็นสิ่งที่ถูกต้อง” คือถ้าระบบศีลธรรมของมึงมาทำให้กูเดือดร้อนโดยตรงแบบนี้
กูค่อยแคร์ 55555
เพราะฉะนั้นพอตัวละคร Jon ถูกตั้งคำถามเรื่องระบบศีลธรรมของเขา
(การชักว่าวให้วัวเป็นสิ่งที่ถูกต้อง การชักว่าวให้สามีเป็นสิ่งที่ถูกต้อง
การชักว่าวให้ผู้ชายคนอื่นเป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้อง
แล้วการช่วยรีดน้ำเชื้อของผู้ชายคนอื่นเป็นสิ่งที่ถูกต้องไหม อะไรทำนองนี้) เราก็เลยชอบมาก ๆ และเราก็มองว่า Jon ไม่ได้ทำอะไรผิดนะ
เขามีสิทธิที่จะตั้งระบบศีลธรรมของเขาเองเพื่อใช้ควบคุมพฤติกรรมของตัวเอง
คือระบบศีลธรรมของ Jon กับของเรามันไม่ตรงกันอย่างแน่นอน
แต่เราก็มองว่า Jon มีสิทธิตั้งระบบศีลธรรมของตนเองได้เพื่อใช้ควบคุมพฤติกรรมของตนเอง
แต่ในแง่หนึ่ง ระบบศีลธรรมของแต่ละคน
มันก็เป็นสิ่งที่แต่ละคนกำหนดเอง คิดเองเออเอง มันไม่ใช่อะไรที่แน่นอนตายตัว
และพอหนังเรื่องนี้เหมือนไปแตะ ๆ ประเด็นนี้ เราก็เลยชอบจุดนี้มาก ๆ
5. สรุปว่าปีนี้เป็นปีที่เราได้ดูหนังที่มี
“วัว” เป็นองค์ประกอบสำคัญถึง 6 เรื่องแล้ว โดยเราเคยเขียนถึง
“ภาพยนตร์เกี่ยวกับวัว” อีก 5 เรื่องไปแล้ว ซึ่งก็คือ
5.1 BLOODLINE (2024, Wojciech Weglarz,
Poland, documentary, 12min, A+30)
5.2 ANIMALS IN WAR (2025, Sviatoslav
Kostiuk, Andriy Lidahovskyi, Alexei Mamedov, Ivan Sautkin, Yuliya Shashkova,
Myroslav Slaboshpytskyi, Maksym Tuzov, Ukrain, A+30)
ตอนที่เกี่ยวกับวัวมีชื่อว่า A COW IN
FOG กำกับโดย Sviatoslav Kostiuk
5.3 THE CALF DOLL (2026, Ankur Hooda, India, A+30)
5.4 CHURNING MILK:
THE RITUALS OF THINGS (2022, Baan Noorg Collaborative Arts and Culture, video
installation, 13min)
5.5 THE TIGER & THE COW เสือโค คำสัตย์ (2026, Achitaphon Piansukprasert, 30min, A+30)